fbpx

10 สมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์ร้อน

สมุนไพรจีนชนิดที่มีฤทธิ์ร้อนนั้นจัดอยู่ในจำพวกหยาง ซึ่งใช้บำบัดอาการของคนที่มีหยินมากเกินไป เช่น มีอาการอ่อนเพลียได้ง่าย ไม่ค่อยแข็งแรง เจ็บป่วยง่าย ขี้หนาว ท้องร่วง ถ่ายเหลว ไม่กระฉับกระเฉง มีอาการเย็นตามมือเท้า ผู้ที่มีอาการดังกล่าวควรจะใช้สมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์ร้อนในการบำบัดอาการโดยใช้สมุนไพรจีนในกลุ่มนี้ประกอบอาการหรือชงชาดื่มเพื่อช่วยรักษาอาการ

10 สมุนไพรจีนที่มีฤทธิ์ร้อน

1.ตังกุย

เป็นสมุนไพรจีนที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆและมีรสหวาน ใช้บำรุงสำหรับผู้หญิง มีฤทธิ์ร้อน ช่วยบำรุงร่างกายและสมอง บำรุงตับและต่อมน้ำเหลือง ใช้รักษาอาการปวดประจำเดือน บำรุงหมดลูกและป้องกันการเกิดลิ่มเลือดได้

สามารถนำมาใช้ได้หลายวิธี เช่น ใช้เป็นเครื่องยาจีนในการตุ๋นรวมกับเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน สามารถนำมาต้มร่วมกันงาแดงเพื่อใช้ในการระบาย บรรเทาอาการท้องผูก ข้อควรระวัง สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตรไม่ควรกิน ผู้ที่ระบบขับถ่ายไม่ดี ท้องเสียบ่อยๆไม่ควรกิน

2.วุ่ยฉึง

หรือเทียนข้าวเปลือก นิยมนำส่วนเมล็ดใช้ เป็นพืชตระกูลเดียวกับผักชีแต่ต้นขนาดใหญ่กว่า มีฤทธิ์อุ่น มีน้ำมันหอมระเหยสูง ใช้บำรุงเลือด ขับลม แก้ท้องอืด โดยต้องใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ช่วยลดกลิ่นปากและรักษาโรคแผลในปาก บำรุงไต แก้ปวดข้อ ช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัว

สามารถนำมาใช้งานได้หลายวิธี เช่น นำเมล็ดวุ่ยฉึงมาชงกับน้ำร้อน ดื่มช่วยลดอาการปวดท้อง หรือนำมาคั่วกับเครื่องใน ช่วยบำรุงผู้ที่อ่อนเพลีย ไม่มีแรงได้ ข้อควรระวัง ไม่เหมาะกับผู้ที่ท้องเสียเป็นประจำ

3.ถั่งเฉ้า

เป็นสมุนไพรจีนที่เกิดจากเห็ดและตัวดักแด้ โดยสปอร์ของเห็ดได้ไปฝังตัวบนดักแด้โดยเมื่อเห็ดเติบโตขึ้นจะดูดเอาสารอาหารจากตัวหนอนดักแด้มาใช้ ดังนั้นที่เราเห็นถั่งเฉ้าเป็นแท่งยาวนั้นก็คือดักแด้ที่มีเห็ดขึ้นนั้นเอง  ถั่งเฉ้านั้นมีสรรพคุณคล้ายโสม มีฤทธิ์ร้อน ให้รสหวานและมีกลิ่นหอม ช่วยบำรุงร่างกาย ให้หายจากอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ช่วยแก้หอบหืด บำรุงปอดและไต เป็นสมุนไพรที่ดีช่วยปรับสมดุลให้ร่างกาย ช่วยป้องกันการลดจำนวนลงของเม็ดเลือดขาวในการรักษาด้วยการฉายแสง

สามารถนำใช้ได้หลายวิธีเช่น ให้ใช้ทั้งตัวหนอนและเห็ดนำมาตุ๋น จะช่วงบำรุงไต ช่วยบำรุงกำลัง ข้อควรระวัง คนที่มีไข้ คอแห้ง ร้อนใน ไม่ควรกิน

4.กานพลู 

มีชื่อในภาษาจีนว่า”เต็งฮยง” เป็นทั้งเครื่องเทศและยาที่ใช้ในภูมิภาคเอเชียมานาน ส่วนที่นำมาใช้คือส่วนดอกตูม ฐานดอกใหญ่ กานพลูที่ดีควรจะต้องแห้งสนิท มีดอกใหญ่ ดอกที่บานแล้วมีสรรพคุณทางยาน้อยกว่าดอกตูม จึงนิยมใช้ดอกตูม ในกานพลูนั้นมีกลิ่นหอมและน้ำมันหอมรระเหยสูง มีฤทธิ์เป็นยาแก้ปวด ทำให้นิยมนำมาใช้ในยาดมสมุนไพร เพื่อใช้รักษาอาการวิงเวียน

สามารถนำมาใช้ได้หลากหลายวิธี เช่น เคี้ยวกานพลู1-2ดอก ช่วยลดอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อยได้ หรือนำมาต้มเป็นชาเพื่อดื่ม ลดอาการเบื่ออาหารและลดกรดในกระเพาะได้ ข้อควรระวัง ผู้ที่เป็นไข้ ร้อนใน อาเจียน ห้ามกิน

5.ขิง

เป็นเครื่องเทศเก่าแก่ ใช้ได้ทั้งนำมาประกอบอาหารและเป็นยา โดยขิงแก่นั้นจะมีรสเผ็ดกว่าเหมาะจะนำมาทำเป็นยา ส่วนขิงอ่อนนั้นเหมาะจะใช้ในการประกอบอาหารมากกว่า ในปัจจุบันมีการนำมาสกัดเพื่อใช้รักษาโรคทั่วไป ขิงมีฤทธิ์ร้อน มีรสเผ็ดและมีกลิ่นหอม ช่วยขับเหงื่อ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ลดเสมหะแก้ไอ รักษาอาการหวัด แก้เมาเรือเมารถได้ ช่วยแก้อาเจียน และช่วยการไหลเวียนของเลือด

สามารถนำมาใช้ได้หลากหลายวิธี เช่น นำขิงแห้งและขิงสดมาต้มรวมกันช่วยแก้หวัดและไข้ ดื่มน้ำขิงอุ่นๆก่อนออกเดินทางจะช่วยลดอาการเมารถเมาเรือได้ดี ข้อควรระวัง ผู้ที่เป็นร้อนใน เจ็บคอ คอแห้ง ไม่ควรกิน

6.โป๊ยกั๊ก

เป็นเครื่องเทศเก่าแก่ของชาวจีน เป็นเครื่องเทศสำคัญใช้โดยเฉพาะกับอาหารประเภทตุ๋น เช่นพะโล้ โป๊ยกั๊กมีฤทธิ์ร้อน ให้กลิ่นหอม ใช้รักษาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยบำรุงตับและม้าม และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลม

สามารถนำมาใช้ได้หลายวิธี เช่น นำมาชงกับน้ำอุ่นๆดื่ม ช่วยรักษาอาการปวดหลัง หรือนำไปปรุงอาการเพื่อ ลดอาการบวม ขับปัสสาวะ ข้อควรระวัง คนที่เป็นร้อนใน โรคผิวหนังและโรคตา ไม่ควรใช้

7.พริกไทย

เป็นเครื่องเทศที่ถูกเรียกว่า ราชาแห้งเครื่องเทศ มี2ชนิดด้วยกันคือ พริกไทยขาวและพริกไทยดำ โดยพริกไทยดำนั้นจะมีสรรพคุณทางยาและสารอาหารสูงกว่าพริกไทยขาว พริกไทยนั้นมีฤทธิ์ร้อน รสเผ็ด กลิ่นหอม ช่วยบำรุงกระเพาะ กระตุ้นการทำงานของลำไส้และน้ำย่อย แก้อาหารเป็นพิษและปวดท้องได้ ช่วยขับลมแก้ท้องอืดได้ดี

สามารถนำมาใช้ได้หลายวิธี เช่น นำมาต้มรวมกับขิงสดเพื่อแก้อาเจียนและอาหารไม่ย่อย ข้อควรระวัง ไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก

8.กุยช่าย

ถูกนำมาใช้ประกอบอาหารมาตั้งแต่โบราณ มีกลิ่นแรงและฉุน เป็นพืชตระกูลเดียวกับกระเทียมและหัวหอม กุยช่ายมี 3ประเภทหลัก คือ กุยช่ายเขียว กุยช่ายขาวและดอกกุยช่าย ทั้ง3แบบนั้นต่างกันที่กระบวนการปลูกและตัดขาย กุยช่ายนั้นมีฤทธิ์ร้อน รสเผ็ด ใบมีสรรพคุณลดอาการอักเสบและติดเชื้อจากแบคทีเรีย แก้แมลงกัดต่อย ผื่นคัน ฝกช้ำ เมล็ดใช้ขับพยาธิบางชนิดได้ ช่วยเรื่องสมรรถภาพทางเพศ รากรักษาอาการแน่นหน้าอก ช้ำใน จะเห็นได้ว่ากุยช่ายนั้นมีสรรพคุณในทางยาเกือบทุกส่วน

สามารถนำมาใช้ได้หลากหลายวิธี เช่น นำดอกกุยช่ายผัดกับตับหมูช่วยรักษาอาการเหงื่อออกเวลานอน นำเมล็ดมาชงน้ำดื่มช่วยรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพ หรือนำกุยช่ายคั้นน้ำดื่มเพื่อรักษาอาการอาเจียน ข้อควรระวัง ผู้ที่ระบบย่อยอาหารทำงานไม่ดีควรหลีกเลี่ยง

 9.เกาลัด

ชาวจีนถือว่าเป็น”ราชาแห่งธัญพืช” กินได้ทั้งดิบและสุก เป็นพืชจำพวกเดียวกับถั่ว คล้ายกับอัลมอนด์และมะม่วงหิมพานต์ เกาลัดนั้นมีฤทธิ์ร้อน รสหวาน ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงไต แก้ไอ ละลายเสมหะ ช่วยแก้อาการท้องเดิน อาเจียน คลื่นไส้ได้

สามารถนำมาใช้ได้หลายวิธี เช่น นำเกาลัดมาต้มกับน้ำตาลทรายจนนิ่มเพื่อเป็นขนมให้เด็กๆที่มีร่างกายไม่แข็งแรง หรือนำมาต้มกับพุทราจีนเพื่อช่วยอาการหอบหืดหรือไอ ข้อควรระวัง ผุ้ที่ท้องอืดบ่อยๆ เป็นร้อนใน ข้ออักเสบ ไม่ควรรับประทาน

10.ซัวจา

จะมีผลสีแดง เนื้อกรอบนุ่ม อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารหลายชนิด สามารถนำมาประกอบอาหารและใช้เป็นยาได้ มักนำมาตากแห้งและนำมาทำเป็นขนมชิ้นเล็กๆ ซัวจานั้นมีฤทธิ์ร้อน มีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยให้เจริญอาหารและกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะ ช่วยขยายหลอดเลือดและลดความดัน ซัวจามีฤทธิ์กล่อมประสาทจะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น สามารถรักษาเลือดออกตามไรฟัน

สามารถนำมาใช้ได้หลายวิธี เช่น กินสดจะช่วยให้ลดอาการแน่นท้อง ท้องอืด สามารถนำผลสดไปต้มน้ำแล้วดื่มหลังรับประทานอาหารจะช่วยย่อยและสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ ข้อควรระวัง คนที่เป็นแผลในกระเพาะอาหารไม่ควรรับประทาน

นี้เป็นเพียงแค่ส่วนนึงเท่านั้นของยาที่มีฤทธิ์ร้อน ทางเอี๊ยะแซจะนำเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆของสมุนไพรจีนมาเพิ่มเติมให้เรื่อยๆ คอยติดตามกันต่อว่า ยาที่ออกฤทธิ์แบบอื่นๆจะมีอะไรบ้าง อย่าลืมติดตามกันครับ

link
1.10สมุนไพรที่ออกฤทธิ์เย็น
2.10สมุนไพรที่ออกฤทธิ์เป็นกลาง


ขอบคุณรูปจาก
www.lazada.co.th/
www.issue247.com
www.phuengluang.com
www.pchome.co.th
www.mgronline.com
www.bigc.co.th
www.godzillashop.blogspot.com
www.saladsoi4.com/
www.sabuy.co
www.hatyai.kemishop.com
www.moohouz.com/
www.sogoodseeds.com
www.tnews.co.th
www.เกร็ดความรู้.net
www.twitter.com
www.samunpidede.com
www.gotoknow.org
www.cpfreshmartshop.com